Tofu Music Festival 2014
"คอนโทฟุ" ซึ่งเราเรียกตามชาวบ้านเขาว่า "คอนเต้าหู้" ก็พึ่งจบไปสด ๆ ร้อน ๆ (ไม่ร้อนมากเท่าไหร่เพราะผ่านมา 2 วันแล้ว) คอนจบไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาค่ะ เป็นเทศกาลดนตรีแบบ K-Pop,J-Rock (มี J-Pop มาด้วย 1 วง) มาโชว์บนเวทีเดียวกัน เล่นกันตั้งแต่บ่ายสองยันสี่ทุ่ม
คอนนี้มีศิลปินมาโชว์ 5 กลุ่มค่ะ จากฝั่ง K-Pop คือ GOT7, 2NE1 และฝั่งญี่ปุ่นมี SuG, Lucifer, Tempura Kidz
เกิ่รนแบบมีสาระไปแล้ว เอาแบบรีวิวตามใจฉันแล้วกันที่เหลือ
เราซื้อบัตรคอนวันศุกร์(ก่อนคอนเล่น 1 วัน)เพราะทีแรกตัดสินใจจะไม่ไปค่ะ ซื้อบัตรนั่งราคา 3,000 บาท ซึ่งความเห็นส่วนตัวเราคือ ราคาบัตรแพงเกินไป อิงตามความเห็นเราถ้าเป็นงานเทศกาลดนตรีก็คือมาหลายวง แต่ละวงร้องคนละนิดละหน่อย ราคาบัตรขนาดนี้อยู่บนดอย ไม่คุ้มอย่างแรง สมมติวงที่เราชอบเล่นแค่ 30 นาที(แค่นี้ก็นอยด์แล้ว)
พี่สาวชอบ GOT7 ส่วนเราปกติก็ชอบ K-Pop แต่ SuG เป็นกรณีพิเศษที่ตามฟังมาค่อนข้างนาน อยากเจอตัวจริงอยากเย้ว ๆ ในคอนมาตลอดคือโดยส่วนตัวเราคิดว่าศิลปินเกาหลีมีโอกาสได้เจอมากกว่าศิลปินญี่ปุ่น สำหรับ SuG ที่เราชอบแบบฟังเพลงของเขาเราเลยไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เจอเพราะไม่ได้ติ่งฝังร่างลึกแบบที่ "ชั้นรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ SuG ชั้นแฟนพันธุ์แท้ ชั้นตามทุกงาน" อะไรงี้อ่ะ!
ก่อนงานเริ่มเราไปเดินเตร่แถวหน้าคอน....คนน้อยนะ ถ้าเทียบกับจำนวนที่นั่งและขนาดของฮอลล์ บรรยากาศไม่ค่อยคึกคักมากแต่ไม่ใช่ว่าไม่คึกคักเลยนะ เราไปเตร่ดูเสื้อ Official มาน้ำลายหกไปกะละมังหนึ่ง (เสื้อตัวใหญ่ไซต์ผู้ชายมากกกกก อด!)
มาติผู้จัดกันหน่อยค่ะในตอนที่งานกำลังจะเริ่ม!!!!!
เวลาบ่ายสองโมงตรงเป๊ะ!เรายืนอยู่ที่อาคารชาเลนเจอร์ฝั่งตรงข้ามเพื่อมองดูแถว คิดว่ารอให้คนน้อยลงสัดนิดแล้วค่อยข้ามไปต่อแถวก็ได้รออยู่ตรงนี้เย็นกว่า เรามองบันไดฝั่งขึ้นไปเข้าประตูไม่มีคนถูกปล่อยเข้าไปเลยทั้งที่ตอนนั้นก็บ่ายสองสิบกว่านาทีละ กว่าจะมีคนขึ้นไปก็สักพักแล้วขึ้นไปทีละ 4-5 คน ซึ่งเทียบกับคนที่ต่อแถวอยู่.......คือทำอะไรกันอยู่ค่ะปล่อยคนช้าขนาดนี้
เรานี่ไปซื้อไก่ทอดมายืนกินจนหมดยังไม่กระดิก.......แต่พอเราไปต่อแถวอุต๊ะ!! แถวเราเลื่อนเร็วมาก พอไปถึงคิวตัวเองถึงได้ยินคนตรวจกระเป๋าพูดเร่งว่า
เร็ว ๆๆๆๆๆ เลยครับ เร็ว ๆๆๆๆ เข้าไปเลยครับ
เหตุผลเพราะวงแรกคือ Tempura kidz ขึ้นแสดงแล้ว คือ.....เอามือดัน ๆ ตะโกนเร่งเสียงดังเหมือนด่า.......ความผิดคนมาดูเหรอค่ะ ทุกคนเขาก็ต่อแถวรอตรวจตามกฏกันทั้งนั้น
แต่เอาเถอะ มันคงเรื่องเล็กน้อยที่พลาดกันได้ พอเราเข้าไปคือวงเล่นไปแล้ว 2 เพลงมั้งเราก็ไม่แน่ใจ เราก็หาที่นั่ง พอเข้าไปนั่ง.......อื้ม บนดอยก็คือบนดอยค่ะ แต่ที่นั่งกรุมีราวเหล็กมาบังแถมมีท่อสีดำฉายภาพมาบังทับอีกชั้น.......สุดยอด!!!
โอเค อันนี้ความพลาดในการจองที่นั่งของเราเองประกอบกับเราไม่รู้ว่าเวทีมันไม่โล่งแต่มันมีหลืบแค่ตรงกลางให้ศิลปินเต้นและเล่นดนตรี พลาดเอง ข้าม ๆๆ ไป (พอหลังจาก GOT7 เล่นจบเราย้ายที่นั่งมาด้านหลังตรงที่ว่าง ๆ โล่ง ๆ ค่ะ อยากจิบอกว่าคอนนี้ถึงคนไม่เดินออกไปเยอะมันก็โล่งมากอยู่แล้ว ที่นั่งโซนด้านหลังเรานี่ว่าง 6-7 แถวติดกันรวม ๆ เกือบ 60 ที่ค่ะ)
มาเจาะความประทับใจแต่ละวงกัน!!
วงแรก Tempura kidz (คำว่า kidz ต่อท้ายนี้ไม่นึกว่าน้อง ๆ จะ kidz กันขนาดนี้ค่ะ เราไม่รู้เกี่ยวกับวงเลยแต่ดู ๆ แล้วน่าจะอายุ 10 กว่าขวบกันทั้งนั้น) มีสมาชิกชาย 1 หญิง 4
วงนี้เพลงน่ารักเฟว้อออออ(วิบัตินิดหนึ่ง!) คือเต้นแรงมากกกกกกกก เต้นเต็มเหนี่ยว! ไม่เหนื่อยกันรึไง? เต้นอย่างต่อเนื่องและท่าเต้นแบบแขนขาตัวขยับไปหมด แบบว่าแอโรบิคมั่ก ๆ แอบสงสัยว่าจำท่าเต้นทั้งหมดได้ไงเนี่ย? ตัวเล็กนิดเดียวเต้นร้องเต็มที่กับชีวิตมาก น้อง ๆ มีทอร์คกับแฟน ๆ และก็มีคนแปลให้หลังจากน้องพูดจบ (เสียงคนที่แปลเหมือนกับคนที่บรรยายในรายการ สุโค้ยเจแปนของช่อง 5 เลยอ่ะ)
น้องพูดว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาแสดงโชว์ที่ต่างประเทศ ตื่นเต้น ครุคริ ๆๆๆ ดีใจว่ากันไป แล้วก็เม้าท์ว่าไปกินอาหารไทยมา ไปนั่งชิงช้าสวรรค์มา อันนี้แอบฮา น้องบอกว่า ชิงช้าที่ญี่ปุ่นจะหมุนช้ามาก ๆ เพื่อให้ชมวิว แต่มาไทยนี่นั่งชิงช้าสวรรค์ไป 5 รอบเพราะหมุนเร็วเฟว้อ ฮาาาา
เสร็จแล้วก็ร้องต่ออีก 3-4 เพลง แล้วก็บอกลากัน จบคอนหาเพลงน้องมาฟังค่ะ น่ารักมาก แปะ ๆ สักหน่อย http://www.youtube.com/watch?v=1oFI7khOhtg
http://www.youtube.com/watch?v=9qj9GzAxXY8
โดยส่วนตัวชอบ 2 เพลงนี้สุด สไตล์น่ารัก ๆ สนุก ๆ แบ๊ว ๆ ค่ะ
วงที่สอง GOT7 (กรี๊ดดดดดด!!!) กรี๊ดหนุ่ม ๆ อิอิ ๆ ช่วงเตรียมตัวสักประมาณ 15-20 นาที แฟนคลับหนาแน่น มีโซนโปรเจค 2 โซน แปลตัวอักษรเป็นตัว A (น่าจะสื่อถึงชื่อเพลงมินิอัลบั้ม 2 ค่ะ) อีกโซนแปลเป็นเลข 7 หนุ่ม ๆ เขาคงประทับใจ
GOT7 ใส่ชุดโทนสีฟ้า เสียงกรี๊ดตอนออกมาเพลงแรกไม่ต้องพูดถึง ดังกันจนถึงขั้นหูดับ ขยับตัวนิดขยับแขนหน่อยเสียงกรี๊ดมาเต็มค่ะ ทุกคนน่ารักดี ชอบมากตอนเจบีกับแจ๊คสันแข่งกันถอดเสื้อเอาใจแฟน ๆ คือเล่นถอดแล้วโยนทิ้งเลยอ่ะ ทีมงานต้องมาวิ่งเก็บเสื้อให้ ชวนเพลีย!
เพราะวงนี้มีสมาชิกคนไทย(แบมแบม)ซึ่งพูดไทยตลอดแล้วพูดเยอะทำให้บรรยากาศมันค่อนข้างเป็นกันเองค่ะ เพื่อนในวงจะพูดอะไรก็แปลหมด ทำตัวเสมือนเป็นพิธีกรเอง จัดทอร์คโชว์เองอีกตะหาก คือเขาเอาเก้าอี้มาตั้งให้นั่งร้องเพลง ฮีก็มานั่งคุยกันทอร์คกันซึ่งมันเป็นโมเม้นที่น่ารักและแฟน ๆ ชอบเพราะมันให้อารมณ์เหมือนงานมีตติ้งเลยแถมสมาชิกเป็นพิธีกรเองด้วย แบมแบมพูดไปบางทีเหมือนนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็ขำไป ปล่อยมุกบ้าง พี่สาวเรานี้ใกล้วิญญาณจะออกจากร่างเลย
มีช็อตหนึ่งที่มาร์คซับเหงื่อให้จูเนียร์ แฟนคลับก็เลยกรี๊ด แต่จูเนียร์ไม่เข้าใจเลยถอดเสื้อนอกโชว์แฟนคลับก็ยิ่งกรี๊ดดังกว่าเดิม มาร์คเลยเอามั่งแต่ถอดนิดหนึ่งก็ใส่กลับ(เสื้อแหวกเยอะ โป๊ ๆ) แจ๊คสันทนไม่ไหวลุกขึ้นถอดเสื้อนอกเดินเอาไปให้ทีมงาน เจบีเลยลุกขึ้นมั่ง ถอดปุ๊บโยนทิ้งเลยค่ะจนทีมงานวิ่งมาเก็บ ฮามาก!!
สำหรับโชว์ของ GOT7 อารมณ์แบบมินิคอน+มีตติ้งนิด ๆ น่ารักอบอุ่นค่ะ
แต่หลังจากร้องเพลงสุดท้ายจบและพัก คนที่อยู่ในฮอลล์ออกไปเกือบหมดเลยค่ะ น่าจะกะเป็น 80% จาก 100% ได้เลย ซึ่งบนเวทีก็เตรียมเครื่องดนตรีสำหรับให้วง SuG แสดงต่ออยู่ ซึ่งการเตรียมก็ใช้เวลา 20-25 นาทีเท่านั้น และแน่นอนพอ SuG ขึ้นแสดงในฮอลล์ก็แทบจะเรียกได้ว่าฮอลล์ร้างกันเลยทีเดียว
วงที่สามวง SuG วงนี้ที่เฝ้ารอ!!! วินาทีที่เห็นทาเครุบนหน้าจอ กล้องซูมเน้น ๆ เห็นทาเครุขยับ เดินไปมาบนเวที ชินเป ชิยุ มาซาโตะ ยูจิ >>>อะไร? น้ำตา? เช็ด ๆๆๆๆ ไหลพราก ๆๆๆๆ ทาเครุตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้า(ถึงจะไกล?) น้ำตาไหลค่ะ ได้เห็นตัวจริงทุกคน เคยเห็นแต่ใน MV คิดดูตอนนั้นได้ฟังเสียงทาเคะสด ๆ เลย ร้องสดพลังเสียงแบบ!! ฮรืออออออเสียงสุดยอด ร้องไม่รู้กี่เพลงตั้งนานเสียงไม่แหบเลย เพาเวอร์ของทาเคะสูงจริง ๆ แล้วกระโดด วิ่ง เต้น ตัวเล็ก ๆ เหนื่อยไหม? ไม่สน วิ่ง ๆๆๆ ดิ้น ๆ เต้นดุ๊กดิ๊ก ชิยุเอากีต้าร์มายิงคนดู เล่นตลกอะไรกัน!!
มีทอร์คเยอะมาก ทาเครุพูดอังกฤษเก่งมาก แต่ตะโกนบ่อยเลยฟังไม่ทันบ้างก็มี แต่คือฟินอย่างเดียว พูดอะไรมากรี๊ด ๆๆๆ ใครไม่กรี๊ดก็ช่าง (โซนที่เรานั่งคนดูเงียบกริบ นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน เบ๋ปากก็มี) เราว่า SuG เล่นได้สนุก แด๊นซ์ ๆๆ อ่ะ เพลงที่เอามาถึงฟังไม่เข้าใจก็ยังดิ้นได้นะ แต่เราก็เห็นคนดิ้นเยอะ(คนที่อยู่ดูค่ะ) ฝั่งตรงข้ามตรงที่นั่งโซน 4,500 ลุกขึ้นเต้นบ้าบอเต็มที่จนเราอยากไปแจมมากทาเคะมีวิ่งไปหาไปดุ๊กดิ๊กใส่ด้วย
ทาเคะดุ๊กดิ๊ก=เต้นแร้งเต้นกากระโดดเย้ว ๆ ส่ายก้นส่ายไปทั้งตัวค่ะ
ตอนแสดงจบชิยุเอากล้องวิดีโอออกมาถ่ายแฟน ๆ ในฮอลล์ด้วย T^T น่ารักเฟว้อ ชินเปวิ่งมาโยนไม้กลองให้แฟน ๆ ตรงโซนติดเวที ในใจเราก็กรีดร้องอยากจิได้มั่ง แต่มันจะมโนเกินไปนะโยนจากตรงที่ชินเปยืนอยู่มาถึงเราได้นี่ชินเปไม่ใช่คนละ ฮาาาา ทาเคะโบกไม้โบกมือวิ่ง ๆ แล้วก็กลับเข้าไป เรากรี๊ดตาม ฮาาาา
ประเด็นดราม่าจริง ๆ คนดู SuG คงไม่น้อยถ้าคนที่มาดูไม่ได้ยืนมานานเกือบ 3 ชั่วโมง อันนี้คนยืนนานเหนื่อย ออกไปด้านนอก แถมแฟนคลับ GOT7 ซะส่วนใหญ่ซึ่งเขาก็ดูวงที่ชอบเสร็จแล้ว คนอาจจะหิว ไม่อยากดู ไม่ชอบ J-Rock ด้วยเหตุผลอะไรก็ว่ากันไป เราเห็นประเด็นดราม่าระหว่างแฟนคลับแล้วแบบ....เราก็น้อยใจที่ผลมันออกมาเป็นแบบนี้......แต่หวังว่าคราวหน้าทั้งแฟนไทยและผู้จัดจะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก ให้มันเป็นเคสตัวอย่างเพื่อใช้ในการปรับปรุงการจัดในอนาคตในคอนหน้า ๆ มากกว่ามาโทษกันเองเพราะเหตุผลดราม่ามันเอามาต่อยอดได้ร้อยแปดเถียงกันได้ไม่สิ้นสุดอยู่แล้ว
ถึงจะเกิดประเด็นดราม่าอะไรตามหลังมาก็ตาม SuG เล่นได้เต็มที่ที่สุด เล่นได้เต็มเหนี่ยว เต้น ร้อง เอนเตอร์เทน ไม่มีอะไรที่ขาด คนที่อยู่เราเชื่อว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกันว่าเต็มที่ สนุก น่ารัก ผู้ชายอะไรยิ้มแล้วโลกฟรุ๊งฟริ๊งไปเลย ฮรืออออ ทาเครุ!!!
วงที่ 4 Lucifer(/\ucifer) วงนี้เราไม่รู้จักเพลงเลยค่ะ สมาชิกในวงด้วย แต่แน่นอน เรารู้จักมาโกโตะ อิอิ หล่อออออ.....เพลงที่เอามาร้องก็เป็นร็อคที่ไม่เน้นเต้นเท่าไหร่(ถ้าเทียบกับเพลงที่ SuG ร้อง) ถึงจะเป็น J-Rock เหมือนกันแต่ก็แนวต่างกันอยู่ค่ะ ไม่รู้พูดงี้จะดราม่าไหม เรารู้สึกมาโกโตะไม่ค่อยร่าเริงเท่าไหร่ แต่ก็มีโมเม้นพูดคุยกับแฟน ๆ เซอร์วิส เอนเตอร์เทนค่ะ เพียงแต่มาโกโตะไม่ร่าเริงมาก ออกแนวกลาง ๆ โชว์พูดไทยนิดหน่อย(นิดหน่อยจริง ๆ ถ้าเทียบกับที่เคยเห็นมาโกโตะชอบจ้อ)
ตอนแรกมาโกโตะใส่แว่นดำค่ะ เราแบบมะไหร่จะถอด ๆๆๆๆๆ ในที่สุดก็ถอดค่ะ พี่แซวมาโกโตะว่าเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนตาเลยคล้ำ......จริง ๆ ไม่ใช่ แซวกัน มาโกโตะแต่งตาดำเฉย ๆ แต่แบบใส่แว่นปิดไว้ตอนแรกไง มันเลยเหมือนแบบ เออ เมื่อคืนผมไม่ได้นอน เลยใส่แว่นดำนะ ไรงี้ 5555555 ฮาา
แต่มีโมเม้นร้องเพลง HBD ให้นักดนตรีค่ะคนชุดม่วง น่ารัก แล้วฮีก็ ขอบคุณครับ แล้วยิ้มเขิน บิด 55555 น่ารักจริง ๆ แล้วก็มีแบบเล่น ๆ อยู่มาโกโตะหันไปหอมแก้ม (ทำอะไร๊กั๊น!!!!!) ตอนจบโชว์เป็นอะไรที่น่าขนลุก มาโกโตะก้มลงกราบบนพื้นเวที แหม่ ทำเอาต้องปรบมือ+กรี๊ดเสียงดังอย่างลืมตัวเลยทีเดียวอ่ะ
วงสุดท้าย 2NE1 เป็นวงที่มีแฟนคลับมาให้กำลังใจเต็มฮอลล์เลยค่ะ แต่ใช้เวลาจัดเวทีนานมากกกกกกก เรานั่งอยู่ตลอดตั้งแต่วงแรกจนวงสุดท้ายแม้แต่เข้าห้องน้ำก็ไม่ได้ไป เรารอโชว์สุดท้ายอยู่เกือบ 2 ชั่วโมงได้ซึ่งมันนานเกินไปนะ ขนาดเรานั่งอ่ะ คนยืนเขาจะเป็นยังไงกัน ซึ่งไม่ใช่อะไรค่ะผู้จัดก็บอกว่าอีกชั่วโมงหนึ่ง เราก็เงิบแล้ว เอาจริงปาไปเกือบชั่วโมงครึ่งเปิด MV จนเกือบครบทุกเพลงของ 2NE1 เลยอ่ะ
แต่ 2NE1 จัดเต็มค่ะ เป็นคอนแบบเต็มรูปแบบ(แต่เราเชื่อว่ายังเต็มได้กว่านี้อีก) แฟนคลับสนุกสนานเต้นโยก ดิ้นกันเต็มที่ค่ะ ตัวจริงทุกคนน่ารัก ซานดาร่าตัวเล็กมาก ๆ เห็นในทีวีก็รู้ว่าตัวเล็กแต่เจอตัวจริงแล้วแบบว่า บางมาก ผอมเลยแหละ แต่น่ารักทุกคนค่ะ เราว่าโชว์เขาเต็มที่แบบจัดเต็มจริง ๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม ฉาก พร็อพประกอบ
การร้องสดของวงนี้ทรงพลังมากเพราะร้องหลายเพลง ประทับใจกับการร้องสด(ทุกวงก็ร้องสดนะ Got7 ก็เหมือนกัน) CL เสียงดีอ่ะ ได้ยินเสียงแหบไปทีหนึ่งแบบเข้าใจเลยเพราะร้องเพลงช้าต่อกันหลายเพลง
การปิดคอนเสิร์ตน่าประทับใจค่ะ เพลง Go away ชอบมาก แหกปากร้องจนจบถึงแม้จะถูกพี่ลากออกมาระหว่างที่กำลังจะถึงท่อนจบพอดี(เพราะกลัวหารถกลับบ้านไม่ได้) จบคอนแบบมีเรื่องให้เม้ามอยอีกหลายวัน
5555+ เราว่าใครที่ไม่เคยไปงานคอนมาก่อนเพราะเสียดายเงินควรลองสักครั้งนะค่ะ ก่อนไปเราเสียดายเงินมากนี่พูดเลย แต่พอเห็นทาเครุความรู้สึกมันคือคุ้มค่า ปริ่ม ดีใจ วงอื่น ๆ อีกยิ่งรู้สึกประทับใจศิลปิน ความรู้สึกเสียดายเงินจะหายไปทันทีเมื่อเราเจอคนที่เรารอค่ะ พอออกจากคอนเรายังแบบถ้า GOT7 จะมานั่งทอร์คขนาดนี้ SuG 2NE1 จะมาใกล้โซนนั่งชั้นล่างขนาดนี้ Tempura kidz Lucifer เรามองเห็นจากที่ไกล ๆ โอยยยยย อยากเสียเงินซื้อบัตรโซนนั่งด้านล่างซะจริง ๆ ค่ะ บนดอยนี่ให้ความรู้สึกแบบกะเหรี่ยงมาก ๆ คือห่างไกลผู้คน พูดอะไรไม่มีใครได้ยิน กรี๊ดจนคนข้างหน้าจิกไม่รู้ทาเคะได้ยินรึป่าว!!!
จบรีวิวเถอะนะ เราว่าหลาย ๆ คนคงเพลียกะรีวิวเราแล้วล่ะ 5555555
LaMpAy
วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557
Captain Phillips
Captain Phillips
(นี่เป็นการสปอยหนังที่แบบว่า ทั้งเรื่องเลย พูดเล่ามั่วซั่วไปหมด แล้วมันก็แค่ความคิดเห็นความรู้สึกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ของเราเท่านั้นเอง)
หนังสุดตื่นเต้นและระทึกใจที่เพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยตอนต้นปีเรื่อง Captain Phillips ทำให้รู้สึกประทับใจมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตลอดการดูหนังเรื่องนี้แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย
ปูทางนิดหนึ่ง Captain Phillips เป็นหนังเกี่ยวกับโจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือขนสินค้าอเมริกา ซึ่งตอนแรกที่อ่านโปสเตอร์แบบรีบ ๆ ไปน่ะ เราคิดว่ามันเป็นหนังเหมือนโจรสลัดแบบยุคไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน ที่จอร์นนี่ เด็ปป์เล่นซะอีก แต่พอเข้าไปนั่งดูจริง ๆ ถึงรู้ว่าไม่เฉียดสไตล์นั้นเลยสักนิด
ตอนหนังเริ่มต้นมันค่อนข้างเฉื่อยจากการปูทางเพราะเราเองที่ไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก่อนก็เลยรู้สึกเฉย ๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เป็นหนังเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า ไม่มีฝ่ายดีกับฝ่ายเลวเลย ต่างฝ่ายต่างก็แค่มีหนทางและวิธีของตัวเองเท่านั้น แต่ดันมาบร๊ะกันในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้นเอง
โจรสลัดโซมาเลียในเรื่อง สำหรับเราโดยส่วนตัวเลยน่ะ เขาไม่ได้น่ากลัวแบบปีศาจ ชั่ว สารเลวจริง ๆ อะไรแบบนั้นเลย เขามีมุมมองแบบของเขา ซึ่งชี้ให้เราเห็นว่าเขาต้องเลือกและจัดการกับตัวเองแบบไหนเพื่ออยู่รอด (ตัวหัวหน้าโจรทำให้เรารู้สึกว่าอย่างกับเขามีทางให้เลือกมากนักแหละ) แต่ถ้าในบทบาทของการเล่นเป็นโจรสลัด ขอคารวะฮ่ะ พวกพี่ ๆ เล่นได้โจรชิบหายเลย นึกว่าเป็นโจรกันจริง ๆ แล้วมารับจ๊อบพิเศษเล่นหนังทำรายได้เสริมไรงี้ ค่อนข้างน่ากลัว พฤติกรรม หน้าตา ท่าทาง วิธีการพูด สมจริง!
สำหรับกัปตันฟิลลิปส์ เขาเป็นกัปตันคนหนึ่งที่จัดการกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นตรงหน้าได้ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว (ก็นี่มันเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงนี่) เขาใจเย็นน่ะ รู้หน้าที่ของตัวเองและเสียสละ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้(สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น) เพราะจะว่าไปแล้วกัปตันก็เป็นแค่ชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ทหารหน่วยซีลที่กล้ามใหญ่พอจะฟาดคนตายทีเดียวสามคนรวดซะหน่อย
หนังตื่นเต้นมาก ๆ จนเราแทบจะกระโดดเข้าไปในหน้าจอหลังจากการไล่ล่าของเรือเล็กฝั่งโจรสลัดโซมาเลียเริ่มต้นขึ้น แบบว่ามัน.....ลุ้นสุด ๆ วิธีต่าง ๆ ที่กัปตันใช้แก้ปัญหา ลูกเรือกับการสติแตกเล็ก ๆ (ซึ่งเป็นใครก็คงสติแตกถ้ารู้ว่ามีโจรสลัดไล่ล่า) การถ่ายทอดฉากสติแตกของลูกเรือไม่เว่อจนเกินไป ให้ความรู้สึกที่สมจริงกับการทำตามหน้าที่และวิธีปฏิบัติ (ถึงแม้ในใจเราจะตงิด ๆ ว่า เอ็งคนเยอะกว่าตั้งเยอะนะเว้ย)
โจรสลัดขึ้นเรือมา กัปตันกับผู้ช่วยถูกจับเป็นตัวประกันในขณะที่ลูกเรือคนอื่น ๆ หลบซ่อนตามแผนของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่ใจหนึ่งเรารู้สึกว่า ทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งให้หมดฟร่ะ โจรก็มาแค่ 4 คนเองเทียบกับลูกเรือทั้งลำ ต่อให้ไม่มีอาวุธแต่ก็น่าจะเป็นต่อเพราะอยู่บนเรือของตัวเอง
ฉากเอะอะบนเรือฉากแรกก็ตื่นเต้นสุด ๆ แล้ว แต่ลูกไม้ของลูกเรือก็เจ๋งไม่เบา ถ้าไม่ดันมาพลาดท่าตอนส่งมอบตัวประกัน ในสถานการณ์ตอนนั้นมันกดดันสุด ๆ เมื่ออีกฝ่ายเป็นโจรสลัดที่กล้าได้กล้าเสียกล้าเสี่ยง กับลูกเรือชาวอเมริกันตาดำ ๆ ที่ไม่มีอาวุธ ไม่ได้จะบ้าระห่ำพอที่จะยิงกราดใส่ใครหรือกรีดคอใคร โคตรตื่นเต้นมากอ่ะ นั่งไม่ติดเก้าอี้เลย จิกจนเบาะจะขาด
หลังจากฉากที่กัปตันโดนจับเป็นตัวประกัน เรายอมรับเลยว่าโคตรจะโมโหและนั่งด่าโจรสลัดโซมาเลียเปิดเปิง แต่ในมุมมองกลับกันแล้ว....ถ้าเราเป็นโจรสลัดในตอนนั้น เสียท่าไปแล้ว กำลังจะหนีโดยมีกัปตันอยู่ในมือ เราเองก็คงจับอิกัปตันไว้แก้ขัดก่อนเหมือนกัน (จะว่าโลภมากไหม? ก็ไม่มั้ง เป็นถึงโจรสลัดแล้วนะโว้ย ใครจะกลับไปมือเปล่า!)
มุมมองของกัปตันสื่อให้เห็นมุมเล็ก ๆ ว่า เอ็งก็ได้เงินไปแล้วนะโว้ย จะเอาอะไรอีก อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนเลยว่ะ เอาเงินนี้แล้วกลับบ้านไปซะ พวกเอ็งมีทางเลือกนะโว้ยคิดดูดี ๆ
ส่วนไอ้โจรมันก็สติแตกบ้างเหมือนกัน ก็ในเมื่อมันถลำลึกมาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องได้อะไรตอบแทนบ้างสิวะ เคยปล้นเรือได้เงินมาเยอะกว่านี้อีก แล้วกะอีแค่จับเอ็งเป็นตัวประกันแล้วเอาไปต่อรองเรียกเงิน เอ็งก็ได้กลับบ้านแล้ว คิดดูดี ๆ นะเว้ย พวกข้าไม่ได้อยากได้อะไรเลยนอกจากเงิน
อืม !! น่าเห็นใจทั้งคู่
มีหลายฉากที่ทำให้เราแหกปากร้องลั่นสติหลุด เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะได้สัมผัสถึงอารมณ์นี้ถ้าได้ลองดูหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่มันส์นะ ไม่ได้แบบสะใจอะไรแบบนี้เลย มันเป็นความรู้สึกแบบตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสะเทือนใจ ลุ้นระทึก(กรี๊ดบ้าบอคอแตก)
เราเ็ป็นห่วงกัปตันที่ถูกจับเป็นตัวประกันแต่เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย พวกโจรนี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายแบบทำอะไรที่ป่าเถื่อนหรือไร้เหตุผลนะ ไอ้เรื่องทุบตีเพราะความโมโหหรือเพื่อข่มขู่ เราก็เห็นได้จากในชีวิตจริงอยู่แล้วป่ะ มันไม่ได้แบบเอาค้อนมาทุบทีละนิ้วทรมานเล่นแนวโรคจิต หรือฆ่าแบบไร้ความรู้สึก โจรสลัดเองก็มีมุมแบบชะงักแปบ ๆ ห้ามกันเองเพราะกลัวตาย เกือบตีกันตายเพราะสติหลุดอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกัน (ให้ความรู้สึกสมจริงชะมัด)
คือโจรแม่งก็ไ่ม่ได้ตกลงกันมาว่าจะทำอะไรยังไงต่อไป เพราะมันเองก็เจอทางตันบ้างเหมือนกัน ยิ่งเรือรบของสหรัฐมาขนาบข้าง ฉี่ไม่เล็ดก็บุญแค่ไหนแล้ว
ฉากเด็ดที่เราจะได้ขึ้นใจคือตอนทีู่มูเซ่หัวหน้าโจรคุยกับกัปตันฟิลลิปส์ว่า
มูเซ่ : เฮ้ย ข้าไปปล้นเรือกรีกมา ได้เงินตั้ง 6 ล้านดอลลาร์แน่ะ!
กัปตันฟิลลิปส์ : อ้าวเหรอ? ได้ตั้ง 6 ล้านดอล! แต่ชีวิตก็ยังเหมือนเดิมอยู่เนี่ยนะ
โอ้โห กัปตันแม่งแรงอ่ะ อิโจรโดนสกัดจุด จุกแดกริดสีดวงแตกบึ้มไป 1 ดอก
กัปตันฟิลลิปส์(Again) : ต้องมีวิธีอื่นสำหรับหากินดิ ที่ไม่ใช่จับคนอื่นเป็นตัวประกัน!
มูเซ่ : (มองหน้ากระพริบตาปริบ ๆ ) ที่อเมริกาอาจจะใช่ ,บางทีที่อเมริกาอาจจะใช่
โอ้โห กัปตันเงิบบ้าง แบ่งกันเงิบคนละนิดจิตแจ่มใส (คำพูดของเขาง่าย ๆ เองนะ maybe in America แค่เนี้ยก็เข้าใจความหมายได้แล้ว ง่ายแต่ลึกซึ้ง)
หัวหน้าโจรแอบพูดถูกเล็ก ๆ นะ ยิ่งนึกย้อนไปถึงฉากตอนที่พวกโจรสลัดเขาจะออกมาปล้น วิถีชีวิตแบบนั้น มันไม่ใช่ว่าทุกคนอยากมาตาย ก็แค่อยากมีชีวิตรอด อยากได้เงิน อาจจะเพื่อเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว เพื่อไม่ให้อดตาย
ผู้ชายโซมาเลียตัวผอม ๆ แห้ง ๆ พากันยกมือหน้าสลอนพร้อมของกำนัลเป็นกิ่งใบกระท่อมในมือ เสนอคุณสมบัติตัวเองไม่ใช่เพื่อไปสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงานห้องแอร์เย็น ๆ แต่เพื่อไปปล้น ยอมเสี่ยง แต่ต้องทำเพื่อความอยู่รอด คนที่เดินถือกระเป๋าชิว ๆ อยู่ในห้างพร้อมกับแก้วกาแฟในมือไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนั้นได้หรอก (หรือว่าเราหลอกด่าตัวเองอยู่วะ??)
โอเค จุดนั้นทำให้เราจุกแดกไปบ้างเหมือนกัน นอกจากจะตื่นเต้นแล้วยังแอบมีสาระมาให้สะเทือนใจเล่นอีกเว้ยเฮ้ย แหม่! ครบรสชาติจริง ๆ
เวลาหนังตัดกลับไปที่เรือนาวี อุ๊วววว !!~ ทุกคนหล่อ (นอกเรื่อง) การแก้ปัญหาของทางรัฐบาลของทางนาวีก็โอเค ไม่โอเว่อจนเกินไป รู้สึกสมจริงสมจังมาก เหมือนกับมีการต่อรองกันจริง ๆ ตรงหน้าเราเลย อารมณ์อยากจะโดดเข้าไปร่วมวงมาก ตบกระโหลกไอ้โจรเสื้อสีส้มสักสองสามป๊าบแล้วหนีกลับออกมา
คือการต่อรองมันก็ไม่ได้ถูกใจเราทั้งหมดหรอก ตอนที่เรือรบมา เราอยากให้ช่วยกัปตันแล้วเป่าสมองพวกนั้นให้หมดซะ (โมโห ๆๆ) แต่พอการดำเนินเรื่องเริ่มนานไป ถึงแม้พวกโจรจะสติแตกแบบหลุดสุด ๆ (เพราะกลัวตาย เพราะทางตัน เหตุผลบลา ๆ) แต่เราก็แอบหวังว่าโจรสลัดจะรอดบ้างเหมือนกัน เพราะเขาน่าเห็นใจนะ พวกเขาไม่ได้โรคจิตหรืออยากฆ่าคนเพื่อความสะใจอะไรแบบนั้นเลย เขาแค่ต้องทำ ไม่รู้หรอกว่าเขามีทางเลือกมากไหม ไม่รู้หรอกว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่จุดประสงค์ในการทำของพวกเขาครั้งนี้มันชัดเจนมาก
เพื่อเงิน!
ทุกครั้งที่หนังกลับไปฉากบนเรือรบ (อุแม๊ แอบกรี๊ดเบา ๆ เพราะความเท่ห์ลากไส้ของทหารนาวี) เราจะแอบลุ้นจนไส้ติ่งกระเทือนไปเลยทีเดียว เพราะถึงแม้สถานการณ์จริงของทางทะเลจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่อิทางทำเนียบขาวนี่โพล่งออกมาคำเดียวอาจจะผลิกทุกอย่างไปเลยก็ไ้ด้ เราก็เลยลุ้นมาก ๆ เพราะหนังหลายเรื่องมักจะโชว์โง่ของรัฐบาลเช่น ยอม ๆ โจรไปเหอะ หรือไม่ก็ เสียสละกัปตันไปเถอะแ่ค่คน ๆ เดียว ไรงี้ เคยเจอใช่ป่ะ (ต้องเคยแหละในหนังหลาย ๆ เรื่อง เช่น Argo<เป็นหนังที่คล้ายกับเรื่องนี้มากคือดูแล้วกดดัน เครียด เหตุการณ์เกิดในอิหร่าน> บีไฮด์<เรื่องนี้เป็นเรื่องทหารอเมริกันถูกยิงเครื่องบินตก หนีตายจากทหารนาโต้ ผู้บังคับบัญชาสูง ๆ ก็เจือกไม่ช่วยแบบเต็มที่>)
สุดท้ายแล้ว ฉากจบเหอะ!
สะเทือนใจและเข้าใจความรู้สึกพี่กัปตันสุด ๆ เป็นเราอาจจะนั่งกรี๊ดอยู่กับพื้นดิ้นทุรนทุราย แต่นี่เฮียแกยังเดินไหว ยังพูดยังตอบคำถามได้ถึงจะเบลอสุด ๆ คือ.....เป็นเราคงคิดว่าตายแน่ ๆ ไม่รอดแล้ว พอเรารอด ความรู้สึกมันจะพุ่งออกมาแบบ everything กระจายอ่ะ ทั้งร้องไห้ทั้งอ้วกทั้งกรี๊ดแน่ ๆ ถือว่ากัปตันแกมีสติเท่าที่จะมีได้แล้วหละ เล่นไ้ด้สุดยอดค่ะ (ชูนิ้วโป้ง)
ส่วนหัวหน้าโจรก็แอบน่าสะเทือนใจเล็ก ๆ เขาขึ้นมาต่อรองบนเรือรบด้วยความหวังที่ว่าจะได้เงิน (ถึงจะไม่สมควรได้อย่างแรงเลยก็ตาม) เขาหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ตัวเองจะสามารถจบเรื่องนี้ได้อย่างสวย ๆ เหมือนที่ตัวเองพูดเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง แต่มันกลับตาลปัตร ตัวเองถูกจับ เพื่อน ๆ ตายกันหมด (มันน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วอ่ะน่ะ อะไรที่ทำให้หมอนี่คิดว่าตัวเองจะรอดได้ก็ไม่รู้ เรือรบตั้งสามลำล้อมอยู่ คิดว่าเขาจะปล่อยตัวเองไปง่าย ๆ หรือไง!)
จริง ๆ ไอ้เสื้อส้มมันก็พูดถูก ที่มันบอกเพื่อนมันว่า "ยังคิดว่าพวกเราจะรอดอยู่อีกเหรอ?"
มันก็จริงนะ! ต่อให้กัปตันรอดหรือตาย ยังไงพวกมันก็มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อยจะตายอยู่แล้ว ไม่มีเรือ... อยู่กลางทะเล.... พรรคพวกทิ้ง(เรือแม่ที่จอดรอ) เหลือกันอยู่แค่ 4 คน เรือรบแค่ลำเดียวก็จมพวกเขาได้ง่าย ๆ แล้ว
ตอนจบฝั่งนาวี.....แม่งคงอึดอัดชิบหาย อาวุธหนักเต็มลำ ถล่มเรือบรรทุกลำใหญ่ ๆ คงสบาย แต่ต้องมาส่งทีมเจรจา ลอยลำอยู่ใกล้ ๆ เรือเล็กกะติ๊ดเดียว ถ้าเราอยู่บนเรือรบคงอกจะแตกตายเพราะทนอึดอัดไม่ไหว ในใจคงจะนึกว่า แม่งถล่มจรวดใส่ลูกเดียวก็ดูจะโอเว่อเกินไปสำหรับเรือชูชีพลำเล็ก ๆ นี่แล้วนะ
แต่นี่ทำอะไรไม่ได้เลยวะ ได้แต่จับตาดูมันและเจรจาเอาใจพวกโจรทั้ง ๆ ที่ถือปืนกระบอกใหญ่กว่า อานุภาพรุนแรงกว่าอยู่ในมือ
ฉากจบทำได้ดีอ่ะ ไม่ค้างคาใจ แต่สะเทือนใจพอสมควร (ใช้คำว่าสะเทือนใจเล็ก ๆ ดีกว่าจะได้ดูแมน ฮ่า ๆ ) ดีใจที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้เสียเงินให้พี่ ๆ ทีมงานผู้สร้างและนักแสดงทุกคน พวกเขาสมควรจะได้รับเงินค่าดูอันน้อยนิดจากเราไปจริง ๆ มันคุ้มค่าที่ได้ดูหนังดี ๆ เรื่องนี้น่ะ ใคร ๆ อาจจะมองว่ามันก็แค่หนังเรื่องหนึ่ง แต่เรามองมันเหมือนกับบันทึกเรื่องหนึ่งที่ฉายออกมาให้เราดูแบบมีภาพและเสียง ทำให้เราได้มองเห็นเหตุการณ์นั้น ได้เข้าถึงอารมณ์ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ปล้นเรือขนสินค้าจากโจรสลัดโซมาเลีย ว้าวววว
ขอบคุณค่ะ
(นี่เป็นการสปอยหนังที่แบบว่า ทั้งเรื่องเลย พูดเล่ามั่วซั่วไปหมด แล้วมันก็แค่ความคิดเห็นความรู้สึกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ของเราเท่านั้นเอง)
หนังสุดตื่นเต้นและระทึกใจที่เพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยตอนต้นปีเรื่อง Captain Phillips ทำให้รู้สึกประทับใจมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตลอดการดูหนังเรื่องนี้แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย
ปูทางนิดหนึ่ง Captain Phillips เป็นหนังเกี่ยวกับโจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือขนสินค้าอเมริกา ซึ่งตอนแรกที่อ่านโปสเตอร์แบบรีบ ๆ ไปน่ะ เราคิดว่ามันเป็นหนังเหมือนโจรสลัดแบบยุคไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน ที่จอร์นนี่ เด็ปป์เล่นซะอีก แต่พอเข้าไปนั่งดูจริง ๆ ถึงรู้ว่าไม่เฉียดสไตล์นั้นเลยสักนิด
ตอนหนังเริ่มต้นมันค่อนข้างเฉื่อยจากการปูทางเพราะเราเองที่ไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก่อนก็เลยรู้สึกเฉย ๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เป็นหนังเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า ไม่มีฝ่ายดีกับฝ่ายเลวเลย ต่างฝ่ายต่างก็แค่มีหนทางและวิธีของตัวเองเท่านั้น แต่ดันมาบร๊ะกันในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้นเอง
โจรสลัดโซมาเลียในเรื่อง สำหรับเราโดยส่วนตัวเลยน่ะ เขาไม่ได้น่ากลัวแบบปีศาจ ชั่ว สารเลวจริง ๆ อะไรแบบนั้นเลย เขามีมุมมองแบบของเขา ซึ่งชี้ให้เราเห็นว่าเขาต้องเลือกและจัดการกับตัวเองแบบไหนเพื่ออยู่รอด (ตัวหัวหน้าโจรทำให้เรารู้สึกว่าอย่างกับเขามีทางให้เลือกมากนักแหละ) แต่ถ้าในบทบาทของการเล่นเป็นโจรสลัด ขอคารวะฮ่ะ พวกพี่ ๆ เล่นได้โจรชิบหายเลย นึกว่าเป็นโจรกันจริง ๆ แล้วมารับจ๊อบพิเศษเล่นหนังทำรายได้เสริมไรงี้ ค่อนข้างน่ากลัว พฤติกรรม หน้าตา ท่าทาง วิธีการพูด สมจริง!
สำหรับกัปตันฟิลลิปส์ เขาเป็นกัปตันคนหนึ่งที่จัดการกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นตรงหน้าได้ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว (ก็นี่มันเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงนี่) เขาใจเย็นน่ะ รู้หน้าที่ของตัวเองและเสียสละ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้(สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น) เพราะจะว่าไปแล้วกัปตันก็เป็นแค่ชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ทหารหน่วยซีลที่กล้ามใหญ่พอจะฟาดคนตายทีเดียวสามคนรวดซะหน่อย
หนังตื่นเต้นมาก ๆ จนเราแทบจะกระโดดเข้าไปในหน้าจอหลังจากการไล่ล่าของเรือเล็กฝั่งโจรสลัดโซมาเลียเริ่มต้นขึ้น แบบว่ามัน.....ลุ้นสุด ๆ วิธีต่าง ๆ ที่กัปตันใช้แก้ปัญหา ลูกเรือกับการสติแตกเล็ก ๆ (ซึ่งเป็นใครก็คงสติแตกถ้ารู้ว่ามีโจรสลัดไล่ล่า) การถ่ายทอดฉากสติแตกของลูกเรือไม่เว่อจนเกินไป ให้ความรู้สึกที่สมจริงกับการทำตามหน้าที่และวิธีปฏิบัติ (ถึงแม้ในใจเราจะตงิด ๆ ว่า เอ็งคนเยอะกว่าตั้งเยอะนะเว้ย)
โจรสลัดขึ้นเรือมา กัปตันกับผู้ช่วยถูกจับเป็นตัวประกันในขณะที่ลูกเรือคนอื่น ๆ หลบซ่อนตามแผนของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่ใจหนึ่งเรารู้สึกว่า ทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งให้หมดฟร่ะ โจรก็มาแค่ 4 คนเองเทียบกับลูกเรือทั้งลำ ต่อให้ไม่มีอาวุธแต่ก็น่าจะเป็นต่อเพราะอยู่บนเรือของตัวเอง
ฉากเอะอะบนเรือฉากแรกก็ตื่นเต้นสุด ๆ แล้ว แต่ลูกไม้ของลูกเรือก็เจ๋งไม่เบา ถ้าไม่ดันมาพลาดท่าตอนส่งมอบตัวประกัน ในสถานการณ์ตอนนั้นมันกดดันสุด ๆ เมื่ออีกฝ่ายเป็นโจรสลัดที่กล้าได้กล้าเสียกล้าเสี่ยง กับลูกเรือชาวอเมริกันตาดำ ๆ ที่ไม่มีอาวุธ ไม่ได้จะบ้าระห่ำพอที่จะยิงกราดใส่ใครหรือกรีดคอใคร โคตรตื่นเต้นมากอ่ะ นั่งไม่ติดเก้าอี้เลย จิกจนเบาะจะขาด
หลังจากฉากที่กัปตันโดนจับเป็นตัวประกัน เรายอมรับเลยว่าโคตรจะโมโหและนั่งด่าโจรสลัดโซมาเลียเปิดเปิง แต่ในมุมมองกลับกันแล้ว....ถ้าเราเป็นโจรสลัดในตอนนั้น เสียท่าไปแล้ว กำลังจะหนีโดยมีกัปตันอยู่ในมือ เราเองก็คงจับอิกัปตันไว้แก้ขัดก่อนเหมือนกัน (จะว่าโลภมากไหม? ก็ไม่มั้ง เป็นถึงโจรสลัดแล้วนะโว้ย ใครจะกลับไปมือเปล่า!)
มุมมองของกัปตันสื่อให้เห็นมุมเล็ก ๆ ว่า เอ็งก็ได้เงินไปแล้วนะโว้ย จะเอาอะไรอีก อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนเลยว่ะ เอาเงินนี้แล้วกลับบ้านไปซะ พวกเอ็งมีทางเลือกนะโว้ยคิดดูดี ๆ
ส่วนไอ้โจรมันก็สติแตกบ้างเหมือนกัน ก็ในเมื่อมันถลำลึกมาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องได้อะไรตอบแทนบ้างสิวะ เคยปล้นเรือได้เงินมาเยอะกว่านี้อีก แล้วกะอีแค่จับเอ็งเป็นตัวประกันแล้วเอาไปต่อรองเรียกเงิน เอ็งก็ได้กลับบ้านแล้ว คิดดูดี ๆ นะเว้ย พวกข้าไม่ได้อยากได้อะไรเลยนอกจากเงิน
อืม !! น่าเห็นใจทั้งคู่
มีหลายฉากที่ทำให้เราแหกปากร้องลั่นสติหลุด เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะได้สัมผัสถึงอารมณ์นี้ถ้าได้ลองดูหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่มันส์นะ ไม่ได้แบบสะใจอะไรแบบนี้เลย มันเป็นความรู้สึกแบบตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสะเทือนใจ ลุ้นระทึก(กรี๊ดบ้าบอคอแตก)
เราเ็ป็นห่วงกัปตันที่ถูกจับเป็นตัวประกันแต่เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย พวกโจรนี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายแบบทำอะไรที่ป่าเถื่อนหรือไร้เหตุผลนะ ไอ้เรื่องทุบตีเพราะความโมโหหรือเพื่อข่มขู่ เราก็เห็นได้จากในชีวิตจริงอยู่แล้วป่ะ มันไม่ได้แบบเอาค้อนมาทุบทีละนิ้วทรมานเล่นแนวโรคจิต หรือฆ่าแบบไร้ความรู้สึก โจรสลัดเองก็มีมุมแบบชะงักแปบ ๆ ห้ามกันเองเพราะกลัวตาย เกือบตีกันตายเพราะสติหลุดอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกัน (ให้ความรู้สึกสมจริงชะมัด)
คือโจรแม่งก็ไ่ม่ได้ตกลงกันมาว่าจะทำอะไรยังไงต่อไป เพราะมันเองก็เจอทางตันบ้างเหมือนกัน ยิ่งเรือรบของสหรัฐมาขนาบข้าง ฉี่ไม่เล็ดก็บุญแค่ไหนแล้ว
ฉากเด็ดที่เราจะได้ขึ้นใจคือตอนทีู่มูเซ่หัวหน้าโจรคุยกับกัปตันฟิลลิปส์ว่า
มูเซ่ : เฮ้ย ข้าไปปล้นเรือกรีกมา ได้เงินตั้ง 6 ล้านดอลลาร์แน่ะ!
กัปตันฟิลลิปส์ : อ้าวเหรอ? ได้ตั้ง 6 ล้านดอล! แต่ชีวิตก็ยังเหมือนเดิมอยู่เนี่ยนะ
โอ้โห กัปตันแม่งแรงอ่ะ อิโจรโดนสกัดจุด จุกแดกริดสีดวงแตกบึ้มไป 1 ดอก
กัปตันฟิลลิปส์(Again) : ต้องมีวิธีอื่นสำหรับหากินดิ ที่ไม่ใช่จับคนอื่นเป็นตัวประกัน!
มูเซ่ : (มองหน้ากระพริบตาปริบ ๆ ) ที่อเมริกาอาจจะใช่ ,บางทีที่อเมริกาอาจจะใช่
โอ้โห กัปตันเงิบบ้าง แบ่งกันเงิบคนละนิดจิตแจ่มใส (คำพูดของเขาง่าย ๆ เองนะ maybe in America แค่เนี้ยก็เข้าใจความหมายได้แล้ว ง่ายแต่ลึกซึ้ง)
หัวหน้าโจรแอบพูดถูกเล็ก ๆ นะ ยิ่งนึกย้อนไปถึงฉากตอนที่พวกโจรสลัดเขาจะออกมาปล้น วิถีชีวิตแบบนั้น มันไม่ใช่ว่าทุกคนอยากมาตาย ก็แค่อยากมีชีวิตรอด อยากได้เงิน อาจจะเพื่อเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว เพื่อไม่ให้อดตาย
ผู้ชายโซมาเลียตัวผอม ๆ แห้ง ๆ พากันยกมือหน้าสลอนพร้อมของกำนัลเป็นกิ่งใบกระท่อมในมือ เสนอคุณสมบัติตัวเองไม่ใช่เพื่อไปสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงานห้องแอร์เย็น ๆ แต่เพื่อไปปล้น ยอมเสี่ยง แต่ต้องทำเพื่อความอยู่รอด คนที่เดินถือกระเป๋าชิว ๆ อยู่ในห้างพร้อมกับแก้วกาแฟในมือไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนั้นได้หรอก (หรือว่าเราหลอกด่าตัวเองอยู่วะ??)
โอเค จุดนั้นทำให้เราจุกแดกไปบ้างเหมือนกัน นอกจากจะตื่นเต้นแล้วยังแอบมีสาระมาให้สะเทือนใจเล่นอีกเว้ยเฮ้ย แหม่! ครบรสชาติจริง ๆ
เวลาหนังตัดกลับไปที่เรือนาวี อุ๊วววว !!~ ทุกคนหล่อ (นอกเรื่อง) การแก้ปัญหาของทางรัฐบาลของทางนาวีก็โอเค ไม่โอเว่อจนเกินไป รู้สึกสมจริงสมจังมาก เหมือนกับมีการต่อรองกันจริง ๆ ตรงหน้าเราเลย อารมณ์อยากจะโดดเข้าไปร่วมวงมาก ตบกระโหลกไอ้โจรเสื้อสีส้มสักสองสามป๊าบแล้วหนีกลับออกมา
คือการต่อรองมันก็ไม่ได้ถูกใจเราทั้งหมดหรอก ตอนที่เรือรบมา เราอยากให้ช่วยกัปตันแล้วเป่าสมองพวกนั้นให้หมดซะ (โมโห ๆๆ) แต่พอการดำเนินเรื่องเริ่มนานไป ถึงแม้พวกโจรจะสติแตกแบบหลุดสุด ๆ (เพราะกลัวตาย เพราะทางตัน เหตุผลบลา ๆ) แต่เราก็แอบหวังว่าโจรสลัดจะรอดบ้างเหมือนกัน เพราะเขาน่าเห็นใจนะ พวกเขาไม่ได้โรคจิตหรืออยากฆ่าคนเพื่อความสะใจอะไรแบบนั้นเลย เขาแค่ต้องทำ ไม่รู้หรอกว่าเขามีทางเลือกมากไหม ไม่รู้หรอกว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่จุดประสงค์ในการทำของพวกเขาครั้งนี้มันชัดเจนมาก
เพื่อเงิน!
ทุกครั้งที่หนังกลับไปฉากบนเรือรบ (อุแม๊ แอบกรี๊ดเบา ๆ เพราะความเท่ห์ลากไส้ของทหารนาวี) เราจะแอบลุ้นจนไส้ติ่งกระเทือนไปเลยทีเดียว เพราะถึงแม้สถานการณ์จริงของทางทะเลจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่อิทางทำเนียบขาวนี่โพล่งออกมาคำเดียวอาจจะผลิกทุกอย่างไปเลยก็ไ้ด้ เราก็เลยลุ้นมาก ๆ เพราะหนังหลายเรื่องมักจะโชว์โง่ของรัฐบาลเช่น ยอม ๆ โจรไปเหอะ หรือไม่ก็ เสียสละกัปตันไปเถอะแ่ค่คน ๆ เดียว ไรงี้ เคยเจอใช่ป่ะ (ต้องเคยแหละในหนังหลาย ๆ เรื่อง เช่น Argo<เป็นหนังที่คล้ายกับเรื่องนี้มากคือดูแล้วกดดัน เครียด เหตุการณ์เกิดในอิหร่าน> บีไฮด์<เรื่องนี้เป็นเรื่องทหารอเมริกันถูกยิงเครื่องบินตก หนีตายจากทหารนาโต้ ผู้บังคับบัญชาสูง ๆ ก็เจือกไม่ช่วยแบบเต็มที่>)
สุดท้ายแล้ว ฉากจบเหอะ!
สะเทือนใจและเข้าใจความรู้สึกพี่กัปตันสุด ๆ เป็นเราอาจจะนั่งกรี๊ดอยู่กับพื้นดิ้นทุรนทุราย แต่นี่เฮียแกยังเดินไหว ยังพูดยังตอบคำถามได้ถึงจะเบลอสุด ๆ คือ.....เป็นเราคงคิดว่าตายแน่ ๆ ไม่รอดแล้ว พอเรารอด ความรู้สึกมันจะพุ่งออกมาแบบ everything กระจายอ่ะ ทั้งร้องไห้ทั้งอ้วกทั้งกรี๊ดแน่ ๆ ถือว่ากัปตันแกมีสติเท่าที่จะมีได้แล้วหละ เล่นไ้ด้สุดยอดค่ะ (ชูนิ้วโป้ง)
ส่วนหัวหน้าโจรก็แอบน่าสะเทือนใจเล็ก ๆ เขาขึ้นมาต่อรองบนเรือรบด้วยความหวังที่ว่าจะได้เงิน (ถึงจะไม่สมควรได้อย่างแรงเลยก็ตาม) เขาหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ตัวเองจะสามารถจบเรื่องนี้ได้อย่างสวย ๆ เหมือนที่ตัวเองพูดเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง แต่มันกลับตาลปัตร ตัวเองถูกจับ เพื่อน ๆ ตายกันหมด (มันน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วอ่ะน่ะ อะไรที่ทำให้หมอนี่คิดว่าตัวเองจะรอดได้ก็ไม่รู้ เรือรบตั้งสามลำล้อมอยู่ คิดว่าเขาจะปล่อยตัวเองไปง่าย ๆ หรือไง!)
จริง ๆ ไอ้เสื้อส้มมันก็พูดถูก ที่มันบอกเพื่อนมันว่า "ยังคิดว่าพวกเราจะรอดอยู่อีกเหรอ?"
มันก็จริงนะ! ต่อให้กัปตันรอดหรือตาย ยังไงพวกมันก็มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อยจะตายอยู่แล้ว ไม่มีเรือ... อยู่กลางทะเล.... พรรคพวกทิ้ง(เรือแม่ที่จอดรอ) เหลือกันอยู่แค่ 4 คน เรือรบแค่ลำเดียวก็จมพวกเขาได้ง่าย ๆ แล้ว
ตอนจบฝั่งนาวี.....แม่งคงอึดอัดชิบหาย อาวุธหนักเต็มลำ ถล่มเรือบรรทุกลำใหญ่ ๆ คงสบาย แต่ต้องมาส่งทีมเจรจา ลอยลำอยู่ใกล้ ๆ เรือเล็กกะติ๊ดเดียว ถ้าเราอยู่บนเรือรบคงอกจะแตกตายเพราะทนอึดอัดไม่ไหว ในใจคงจะนึกว่า แม่งถล่มจรวดใส่ลูกเดียวก็ดูจะโอเว่อเกินไปสำหรับเรือชูชีพลำเล็ก ๆ นี่แล้วนะ
แต่นี่ทำอะไรไม่ได้เลยวะ ได้แต่จับตาดูมันและเจรจาเอาใจพวกโจรทั้ง ๆ ที่ถือปืนกระบอกใหญ่กว่า อานุภาพรุนแรงกว่าอยู่ในมือ
ฉากจบทำได้ดีอ่ะ ไม่ค้างคาใจ แต่สะเทือนใจพอสมควร (ใช้คำว่าสะเทือนใจเล็ก ๆ ดีกว่าจะได้ดูแมน ฮ่า ๆ ) ดีใจที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้เสียเงินให้พี่ ๆ ทีมงานผู้สร้างและนักแสดงทุกคน พวกเขาสมควรจะได้รับเงินค่าดูอันน้อยนิดจากเราไปจริง ๆ มันคุ้มค่าที่ได้ดูหนังดี ๆ เรื่องนี้น่ะ ใคร ๆ อาจจะมองว่ามันก็แค่หนังเรื่องหนึ่ง แต่เรามองมันเหมือนกับบันทึกเรื่องหนึ่งที่ฉายออกมาให้เราดูแบบมีภาพและเสียง ทำให้เราได้มองเห็นเหตุการณ์นั้น ได้เข้าถึงอารมณ์ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ปล้นเรือขนสินค้าจากโจรสลัดโซมาเลีย ว้าวววว
ขอบคุณค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)