Captain Phillips
(นี่เป็นการสปอยหนังที่แบบว่า ทั้งเรื่องเลย พูดเล่ามั่วซั่วไปหมด แล้วมันก็แค่ความคิดเห็นความรู้สึกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ของเราเท่านั้นเอง)
หนังสุดตื่นเต้นและระทึกใจที่เพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยตอนต้นปีเรื่อง Captain Phillips ทำให้รู้สึกประทับใจมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ตลอดการดูหนังเรื่องนี้แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เลย
ปูทางนิดหนึ่ง Captain Phillips เป็นหนังเกี่ยวกับโจรสลัดโซมาเลียปล้นเรือขนสินค้าอเมริกา ซึ่งตอนแรกที่อ่านโปสเตอร์แบบรีบ ๆ ไปน่ะ เราคิดว่ามันเป็นหนังเหมือนโจรสลัดแบบยุคไพเรท ออฟ เดอะ แคริบเบียน ที่จอร์นนี่ เด็ปป์เล่นซะอีก แต่พอเข้าไปนั่งดูจริง ๆ ถึงรู้ว่าไม่เฉียดสไตล์นั้นเลยสักนิด
ตอนหนังเริ่มต้นมันค่อนข้างเฉื่อยจากการปูทางเพราะเราเองที่ไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก่อนก็เลยรู้สึกเฉย ๆ ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เป็นหนังเรื่องแรกที่ดูแล้วรู้สึกว่า ไม่มีฝ่ายดีกับฝ่ายเลวเลย ต่างฝ่ายต่างก็แค่มีหนทางและวิธีของตัวเองเท่านั้น แต่ดันมาบร๊ะกันในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้นโดยไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้นเอง
โจรสลัดโซมาเลียในเรื่อง สำหรับเราโดยส่วนตัวเลยน่ะ เขาไม่ได้น่ากลัวแบบปีศาจ ชั่ว สารเลวจริง ๆ อะไรแบบนั้นเลย เขามีมุมมองแบบของเขา ซึ่งชี้ให้เราเห็นว่าเขาต้องเลือกและจัดการกับตัวเองแบบไหนเพื่ออยู่รอด (ตัวหัวหน้าโจรทำให้เรารู้สึกว่าอย่างกับเขามีทางให้เลือกมากนักแหละ) แต่ถ้าในบทบาทของการเล่นเป็นโจรสลัด ขอคารวะฮ่ะ พวกพี่ ๆ เล่นได้โจรชิบหายเลย นึกว่าเป็นโจรกันจริง ๆ แล้วมารับจ๊อบพิเศษเล่นหนังทำรายได้เสริมไรงี้ ค่อนข้างน่ากลัว พฤติกรรม หน้าตา ท่าทาง วิธีการพูด สมจริง!
สำหรับกัปตันฟิลลิปส์ เขาเป็นกัปตันคนหนึ่งที่จัดการกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นตรงหน้าได้ดีที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะทำได้แล้ว (ก็นี่มันเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงนี่) เขาใจเย็นน่ะ รู้หน้าที่ของตัวเองและเสียสละ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้(สำหรับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น) เพราะจะว่าไปแล้วกัปตันก็เป็นแค่ชายธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ทหารหน่วยซีลที่กล้ามใหญ่พอจะฟาดคนตายทีเดียวสามคนรวดซะหน่อย
หนังตื่นเต้นมาก ๆ จนเราแทบจะกระโดดเข้าไปในหน้าจอหลังจากการไล่ล่าของเรือเล็กฝั่งโจรสลัดโซมาเลียเริ่มต้นขึ้น แบบว่ามัน.....ลุ้นสุด ๆ วิธีต่าง ๆ ที่กัปตันใช้แก้ปัญหา ลูกเรือกับการสติแตกเล็ก ๆ (ซึ่งเป็นใครก็คงสติแตกถ้ารู้ว่ามีโจรสลัดไล่ล่า) การถ่ายทอดฉากสติแตกของลูกเรือไม่เว่อจนเกินไป ให้ความรู้สึกที่สมจริงกับการทำตามหน้าที่และวิธีปฏิบัติ (ถึงแม้ในใจเราจะตงิด ๆ ว่า เอ็งคนเยอะกว่าตั้งเยอะนะเว้ย)
โจรสลัดขึ้นเรือมา กัปตันกับผู้ช่วยถูกจับเป็นตัวประกันในขณะที่ลูกเรือคนอื่น ๆ หลบซ่อนตามแผนของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่ใจหนึ่งเรารู้สึกว่า ทำไมไม่ฆ่ามันทิ้งให้หมดฟร่ะ โจรก็มาแค่ 4 คนเองเทียบกับลูกเรือทั้งลำ ต่อให้ไม่มีอาวุธแต่ก็น่าจะเป็นต่อเพราะอยู่บนเรือของตัวเอง
ฉากเอะอะบนเรือฉากแรกก็ตื่นเต้นสุด ๆ แล้ว แต่ลูกไม้ของลูกเรือก็เจ๋งไม่เบา ถ้าไม่ดันมาพลาดท่าตอนส่งมอบตัวประกัน ในสถานการณ์ตอนนั้นมันกดดันสุด ๆ เมื่ออีกฝ่ายเป็นโจรสลัดที่กล้าได้กล้าเสียกล้าเสี่ยง กับลูกเรือชาวอเมริกันตาดำ ๆ ที่ไม่มีอาวุธ ไม่ได้จะบ้าระห่ำพอที่จะยิงกราดใส่ใครหรือกรีดคอใคร โคตรตื่นเต้นมากอ่ะ นั่งไม่ติดเก้าอี้เลย จิกจนเบาะจะขาด
หลังจากฉากที่กัปตันโดนจับเป็นตัวประกัน เรายอมรับเลยว่าโคตรจะโมโหและนั่งด่าโจรสลัดโซมาเลียเปิดเปิง แต่ในมุมมองกลับกันแล้ว....ถ้าเราเป็นโจรสลัดในตอนนั้น เสียท่าไปแล้ว กำลังจะหนีโดยมีกัปตันอยู่ในมือ เราเองก็คงจับอิกัปตันไว้แก้ขัดก่อนเหมือนกัน (จะว่าโลภมากไหม? ก็ไม่มั้ง เป็นถึงโจรสลัดแล้วนะโว้ย ใครจะกลับไปมือเปล่า!)
มุมมองของกัปตันสื่อให้เห็นมุมเล็ก ๆ ว่า เอ็งก็ได้เงินไปแล้วนะโว้ย จะเอาอะไรอีก อย่าทำให้ตัวเองเดือดร้อนเลยว่ะ เอาเงินนี้แล้วกลับบ้านไปซะ พวกเอ็งมีทางเลือกนะโว้ยคิดดูดี ๆ
ส่วนไอ้โจรมันก็สติแตกบ้างเหมือนกัน ก็ในเมื่อมันถลำลึกมาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องได้อะไรตอบแทนบ้างสิวะ เคยปล้นเรือได้เงินมาเยอะกว่านี้อีก แล้วกะอีแค่จับเอ็งเป็นตัวประกันแล้วเอาไปต่อรองเรียกเงิน เอ็งก็ได้กลับบ้านแล้ว คิดดูดี ๆ นะเว้ย พวกข้าไม่ได้อยากได้อะไรเลยนอกจากเงิน
อืม !! น่าเห็นใจทั้งคู่
มีหลายฉากที่ทำให้เราแหกปากร้องลั่นสติหลุด เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะได้สัมผัสถึงอารมณ์นี้ถ้าได้ลองดูหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่มันส์นะ ไม่ได้แบบสะใจอะไรแบบนี้เลย มันเป็นความรู้สึกแบบตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสะเทือนใจ ลุ้นระทึก(กรี๊ดบ้าบอคอแตก)
เราเ็ป็นห่วงกัปตันที่ถูกจับเป็นตัวประกันแต่เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย พวกโจรนี่มันก็ไม่ได้เลวร้ายแบบทำอะไรที่ป่าเถื่อนหรือไร้เหตุผลนะ ไอ้เรื่องทุบตีเพราะความโมโหหรือเพื่อข่มขู่ เราก็เห็นได้จากในชีวิตจริงอยู่แล้วป่ะ มันไม่ได้แบบเอาค้อนมาทุบทีละนิ้วทรมานเล่นแนวโรคจิต หรือฆ่าแบบไร้ความรู้สึก โจรสลัดเองก็มีมุมแบบชะงักแปบ ๆ ห้ามกันเองเพราะกลัวตาย เกือบตีกันตายเพราะสติหลุดอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกัน (ให้ความรู้สึกสมจริงชะมัด)
คือโจรแม่งก็ไ่ม่ได้ตกลงกันมาว่าจะทำอะไรยังไงต่อไป เพราะมันเองก็เจอทางตันบ้างเหมือนกัน ยิ่งเรือรบของสหรัฐมาขนาบข้าง ฉี่ไม่เล็ดก็บุญแค่ไหนแล้ว
ฉากเด็ดที่เราจะได้ขึ้นใจคือตอนทีู่มูเซ่หัวหน้าโจรคุยกับกัปตันฟิลลิปส์ว่า
มูเซ่ : เฮ้ย ข้าไปปล้นเรือกรีกมา ได้เงินตั้ง 6 ล้านดอลลาร์แน่ะ!
กัปตันฟิลลิปส์ : อ้าวเหรอ? ได้ตั้ง 6 ล้านดอล! แต่ชีวิตก็ยังเหมือนเดิมอยู่เนี่ยนะ
โอ้โห กัปตันแม่งแรงอ่ะ อิโจรโดนสกัดจุด จุกแดกริดสีดวงแตกบึ้มไป 1 ดอก
กัปตันฟิลลิปส์(Again) : ต้องมีวิธีอื่นสำหรับหากินดิ ที่ไม่ใช่จับคนอื่นเป็นตัวประกัน!
มูเซ่ : (มองหน้ากระพริบตาปริบ ๆ ) ที่อเมริกาอาจจะใช่ ,บางทีที่อเมริกาอาจจะใช่
โอ้โห กัปตันเงิบบ้าง แบ่งกันเงิบคนละนิดจิตแจ่มใส (คำพูดของเขาง่าย ๆ เองนะ maybe in America แค่เนี้ยก็เข้าใจความหมายได้แล้ว ง่ายแต่ลึกซึ้ง)
หัวหน้าโจรแอบพูดถูกเล็ก ๆ นะ ยิ่งนึกย้อนไปถึงฉากตอนที่พวกโจรสลัดเขาจะออกมาปล้น วิถีชีวิตแบบนั้น มันไม่ใช่ว่าทุกคนอยากมาตาย ก็แค่อยากมีชีวิตรอด อยากได้เงิน อาจจะเพื่อเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว เพื่อไม่ให้อดตาย
ผู้ชายโซมาเลียตัวผอม ๆ แห้ง ๆ พากันยกมือหน้าสลอนพร้อมของกำนัลเป็นกิ่งใบกระท่อมในมือ เสนอคุณสมบัติตัวเองไม่ใช่เพื่อไปสอบสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงานห้องแอร์เย็น ๆ แต่เพื่อไปปล้น ยอมเสี่ยง แต่ต้องทำเพื่อความอยู่รอด คนที่เดินถือกระเป๋าชิว ๆ อยู่ในห้างพร้อมกับแก้วกาแฟในมือไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกนั้นได้หรอก (หรือว่าเราหลอกด่าตัวเองอยู่วะ??)
โอเค จุดนั้นทำให้เราจุกแดกไปบ้างเหมือนกัน นอกจากจะตื่นเต้นแล้วยังแอบมีสาระมาให้สะเทือนใจเล่นอีกเว้ยเฮ้ย แหม่! ครบรสชาติจริง ๆ
เวลาหนังตัดกลับไปที่เรือนาวี อุ๊วววว !!~ ทุกคนหล่อ (นอกเรื่อง) การแก้ปัญหาของทางรัฐบาลของทางนาวีก็โอเค ไม่โอเว่อจนเกินไป รู้สึกสมจริงสมจังมาก เหมือนกับมีการต่อรองกันจริง ๆ ตรงหน้าเราเลย อารมณ์อยากจะโดดเข้าไปร่วมวงมาก ตบกระโหลกไอ้โจรเสื้อสีส้มสักสองสามป๊าบแล้วหนีกลับออกมา
คือการต่อรองมันก็ไม่ได้ถูกใจเราทั้งหมดหรอก ตอนที่เรือรบมา เราอยากให้ช่วยกัปตันแล้วเป่าสมองพวกนั้นให้หมดซะ (โมโห ๆๆ) แต่พอการดำเนินเรื่องเริ่มนานไป ถึงแม้พวกโจรจะสติแตกแบบหลุดสุด ๆ (เพราะกลัวตาย เพราะทางตัน เหตุผลบลา ๆ) แต่เราก็แอบหวังว่าโจรสลัดจะรอดบ้างเหมือนกัน เพราะเขาน่าเห็นใจนะ พวกเขาไม่ได้โรคจิตหรืออยากฆ่าคนเพื่อความสะใจอะไรแบบนั้นเลย เขาแค่ต้องทำ ไม่รู้หรอกว่าเขามีทางเลือกมากไหม ไม่รู้หรอกว่าความจริงมันเป็นยังไง แต่จุดประสงค์ในการทำของพวกเขาครั้งนี้มันชัดเจนมาก
เพื่อเงิน!
ทุกครั้งที่หนังกลับไปฉากบนเรือรบ (อุแม๊ แอบกรี๊ดเบา ๆ เพราะความเท่ห์ลากไส้ของทหารนาวี) เราจะแอบลุ้นจนไส้ติ่งกระเทือนไปเลยทีเดียว เพราะถึงแม้สถานการณ์จริงของทางทะเลจะเป็นยังไงไม่รู้ แต่อิทางทำเนียบขาวนี่โพล่งออกมาคำเดียวอาจจะผลิกทุกอย่างไปเลยก็ไ้ด้ เราก็เลยลุ้นมาก ๆ เพราะหนังหลายเรื่องมักจะโชว์โง่ของรัฐบาลเช่น ยอม ๆ โจรไปเหอะ หรือไม่ก็ เสียสละกัปตันไปเถอะแ่ค่คน ๆ เดียว ไรงี้ เคยเจอใช่ป่ะ (ต้องเคยแหละในหนังหลาย ๆ เรื่อง เช่น Argo<เป็นหนังที่คล้ายกับเรื่องนี้มากคือดูแล้วกดดัน เครียด เหตุการณ์เกิดในอิหร่าน> บีไฮด์<เรื่องนี้เป็นเรื่องทหารอเมริกันถูกยิงเครื่องบินตก หนีตายจากทหารนาโต้ ผู้บังคับบัญชาสูง ๆ ก็เจือกไม่ช่วยแบบเต็มที่>)
สุดท้ายแล้ว ฉากจบเหอะ!
สะเทือนใจและเข้าใจความรู้สึกพี่กัปตันสุด ๆ เป็นเราอาจจะนั่งกรี๊ดอยู่กับพื้นดิ้นทุรนทุราย แต่นี่เฮียแกยังเดินไหว ยังพูดยังตอบคำถามได้ถึงจะเบลอสุด ๆ คือ.....เป็นเราคงคิดว่าตายแน่ ๆ ไม่รอดแล้ว พอเรารอด ความรู้สึกมันจะพุ่งออกมาแบบ everything กระจายอ่ะ ทั้งร้องไห้ทั้งอ้วกทั้งกรี๊ดแน่ ๆ ถือว่ากัปตันแกมีสติเท่าที่จะมีได้แล้วหละ เล่นไ้ด้สุดยอดค่ะ (ชูนิ้วโป้ง)
ส่วนหัวหน้าโจรก็แอบน่าสะเทือนใจเล็ก ๆ เขาขึ้นมาต่อรองบนเรือรบด้วยความหวังที่ว่าจะได้เงิน (ถึงจะไม่สมควรได้อย่างแรงเลยก็ตาม) เขาหวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ตัวเองจะสามารถจบเรื่องนี้ได้อย่างสวย ๆ เหมือนที่ตัวเองพูดเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง แต่มันกลับตาลปัตร ตัวเองถูกจับ เพื่อน ๆ ตายกันหมด (มันน่าจะรู้ตัวอยู่แล้วอ่ะน่ะ อะไรที่ทำให้หมอนี่คิดว่าตัวเองจะรอดได้ก็ไม่รู้ เรือรบตั้งสามลำล้อมอยู่ คิดว่าเขาจะปล่อยตัวเองไปง่าย ๆ หรือไง!)
จริง ๆ ไอ้เสื้อส้มมันก็พูดถูก ที่มันบอกเพื่อนมันว่า "ยังคิดว่าพวกเราจะรอดอยู่อีกเหรอ?"
มันก็จริงนะ! ต่อให้กัปตันรอดหรือตาย ยังไงพวกมันก็มีเปอร์เซ็นต์รอดน้อยจะตายอยู่แล้ว ไม่มีเรือ... อยู่กลางทะเล.... พรรคพวกทิ้ง(เรือแม่ที่จอดรอ) เหลือกันอยู่แค่ 4 คน เรือรบแค่ลำเดียวก็จมพวกเขาได้ง่าย ๆ แล้ว
ตอนจบฝั่งนาวี.....แม่งคงอึดอัดชิบหาย อาวุธหนักเต็มลำ ถล่มเรือบรรทุกลำใหญ่ ๆ คงสบาย แต่ต้องมาส่งทีมเจรจา ลอยลำอยู่ใกล้ ๆ เรือเล็กกะติ๊ดเดียว ถ้าเราอยู่บนเรือรบคงอกจะแตกตายเพราะทนอึดอัดไม่ไหว ในใจคงจะนึกว่า แม่งถล่มจรวดใส่ลูกเดียวก็ดูจะโอเว่อเกินไปสำหรับเรือชูชีพลำเล็ก ๆ นี่แล้วนะ
แต่นี่ทำอะไรไม่ได้เลยวะ ได้แต่จับตาดูมันและเจรจาเอาใจพวกโจรทั้ง ๆ ที่ถือปืนกระบอกใหญ่กว่า อานุภาพรุนแรงกว่าอยู่ในมือ
ฉากจบทำได้ดีอ่ะ ไม่ค้างคาใจ แต่สะเทือนใจพอสมควร (ใช้คำว่าสะเทือนใจเล็ก ๆ ดีกว่าจะได้ดูแมน ฮ่า ๆ ) ดีใจที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ได้เสียเงินให้พี่ ๆ ทีมงานผู้สร้างและนักแสดงทุกคน พวกเขาสมควรจะได้รับเงินค่าดูอันน้อยนิดจากเราไปจริง ๆ มันคุ้มค่าที่ได้ดูหนังดี ๆ เรื่องนี้น่ะ ใคร ๆ อาจจะมองว่ามันก็แค่หนังเรื่องหนึ่ง แต่เรามองมันเหมือนกับบันทึกเรื่องหนึ่งที่ฉายออกมาให้เราดูแบบมีภาพและเสียง ทำให้เราได้มองเห็นเหตุการณ์นั้น ได้เข้าถึงอารมณ์ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ปล้นเรือขนสินค้าจากโจรสลัดโซมาเลีย ว้าวววว
ขอบคุณค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น